นำเสนอการสัมนา 5 เรื่อง ดังนี้
1.ไวรัสโคโรน่าในเด็กอนุบาล สาระสำคัญดังนี้
เด็กก่อนวัยเรียน
- เน้นพฤติกรรมเพื่อสุขอนามัยที่ดี เช่น การไอหรือจามลงบนข้อพับแขน และการล้างมือบ่อย ๆดูเพิ่มเติมสำหรับวิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- หนึ่งในวิธีปกป้องเด็กให้ปลอดภัยจากโรคไวรัสโคโรน่าและโรคอื่น ๆ คือส่งเสริมให้เด็กล้างมือบ่อย ๆเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที ไม่พูดคุยในลักษณะที่ทำให้เด็กรู้สึกหวาดกลัว เด็กอาจร้องเพลง หรือ เต้นเข้าจังหวะ เพื่อการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน หาวิธีติดตามดูว่าเด็กล้างมืออย่างไร พร้อมทั้งให้รางวัลสำหรับการล้างมือบ่อย ๆ ด้วยระยะเวลาที่เหมาะสม
- นำหุ่นกระบอกหรือตุ๊กตามาสาธิตอาการของโรค (จาม ไอ มีไข้) และการปฏิบัติตัวเมื่อรู้สึกป่วย (เช่น ปวดหัว ปวดท้อง ตัวร้อน หรือรู้สึกเหนื่อยผิดปกติ) รวมทั้งวิธีปลอบโยนผู้ที่เจ็บป่วย (ฝึกให้มีความเห็นอกเห็นใจ และวิธีที่ปลอดภัยในการดูแลผู้อื่น)
- เมื่อทำกิจกรรมล้อมวง จัดให้เด็กนั่งห่างกันโดยให้เด็กกางแขนออกหรือทำท่า ‘กระพือปีก’ ทั้งนี้ เด็กแต่ละคนจะต้องเว้นระยะห่างพอที่จะไม่สัมผัสตัวเพื่อนคนข้าง ๆ
2.เทคนิคช่วยพ่อแม่ สอนลูกปฐมวัยในยุคโควิด
ทักษะชีวิตให้ลูกเริ่มต้นจากที่บ้าน เริ่มจากเรื่องง่ายๆ ด้วยการช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวันในบ้าน เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว พับ แขวนเสื้อผ้า จัดสรรเวลาให้ผสมผสานกับชีวิตประจำวันและทำน้อยๆ แต่เน้นคุณภาพ ดีกว่าทำมากๆ แต่ไม่มีความสุข โดยบทบาทของพ่อแม่ มีดังนี้
1.เข้าใจ ขอให้ผู้ปกครองทำความเข้าใจว่าสื่อแต่ละอย่างที่นำมาให้เด็กได้เรียนรู้มีวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป ให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง เข้าใจพัฒนาการและธรรมชาติของเด็ก
2.มั่นใจ ให้มั่นใจว่ารูปแบบที่เราเรียนรู้สมัยเด็กๆ ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ ให้มั่นใจว่าตัวเองสอนได้ อาจจะไม่ได้สอนแบบคุณครู แต่ก็สอนให้เด็กสนุกกับกิจกรรม ทำให้เกิดการเรียนรู้ตามมา
3.ทำใจกับสถานการณ์

เด็กจะเรียนได้ดี ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย เด็กๆน่าจะอยากเรียนอะไรด้วยตัวเอง คือ ถ้าเขาสนใจอะไรบางอย่าง เขาจะเรียนได้ดี ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขามีพัฒนาการในการจัดการเรียนการสอนแบบ EF (ทักษะสมอง : คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับคนอื่นเป็น มีความสุขเป็น)
3.ครูปฐมวัยกับบทบาทนักออกแบบจัดการเรียนรู้ Play + Learn at home
การใช้เทคโนโลยีกับเด็กปฐมวัยอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นเท่าการเรียนรู้ที่มีการลงมือปฏิบัติ และหลากหลาย แล้วในสถานการณ์แบบนี้ ครูจะจัดการเรียนการสอนให้เด็กปฐมวัย โดยร่วมมือกับพ่อแม่อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
1. เข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก
เด็กปฐมวัยชอบเรียนรู้ผ่านการเล่น การลงมือปฏิบัติ งานหลักของเด็กวัยนี้จึงเป็นการเล่น เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
2. ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม ต้องพัฒนาควบคู่กันไป
การเล่นบทบาทสมมติเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมที่ดีมาก เด็กมักเล่นเองโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่เมื่อไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน เด็กไม่ได้เจอเพื่อนคนอื่นๆ ครูควรส่งเสริมให้ผู้ปกครองใช้โอกาสนี้เล่นบทบาทสมมติกับเด็ก โดยอาจจะเล่นเป็นลูกค้าให้ลูกๆ ที่สวมบทบาทเป็นเชฟตัวน้อย
3. ตั้งเป้าหมายสิ่งที่อยากให้เด็กเรียนรู้ และกำหนดระยะเวลา
ครูอาจตั้งเป้าหมายสำหรับเด็กเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน ซึ่งเด็กแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ในเรื่องเดียว ขึ้นอยู่กับว่าเขายังต้องเสริมทักษะในด้านไหน กิจกรรมบางอย่างอาจต้องมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เช่น การส่งชุดของเล่นเสริมพัฒนาการไปให้แต่ละบ้าน
4. ครูต้องสื่อสาร ให้ความรู้กับผู้ปกครองเป็นระยะ
พูดคุยกับผู้ปกครองถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็กๆ ที่บ้าน โดยปรับให้ยืดหยุ่นได้ตามตารางของผู้ปกครอง บางครอบครัวผู้ปกครองอาจต้องทำงานตอนเช้า แต่พอจะมีเวลาว่างตอนบ่าย ก็ใช้เวลาช่วงนี้จัดกิจกรรมให้เด็กๆ ตามที่ครูเตรียมไว้ให้
5. ติดตามประเมินพัฒนาการเด็ก โดยให้ผู้ปกครองช่วยจดบันทึก
เด็กปฐมวัยจะมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ปกครองคือคนที่อยู่ใกล้ชิดเด็กที่สุด ให้ครูแนะนำผู้ปกครองช่วยจดบันทึกพัฒนาการเหล่านั้นไว้ เพื่อนำมาใช้ปรับรูปแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กต่อไป
6. ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
เด็กวัยนี้ไม่ควรอยู่หน้าจอนานเกินไป เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ยังไม่ควรให้อยู่หน้าจอ เด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป ไม่ควรอยู่หน้าจอนานเกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ครูใช้เทคโนโลยีเพื่อสื่อสารกับเด็ก สร้างปฏิสัมพันธ์ เช่น ฟังนิทาน ออกกำลังกาย ทำสิ่งประดิษฐ์ โดยมีผู้ปกครองคอยให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
ป้ายคำ(Tag)3.ครูปฐมวัยกับบทบาทนักออกแบบการจัดการเรียนรู้ Play + Lean at home
4.ยุคดิจิทัลการเริ่มวินัยเด็กปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ
การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกให้มี
ความฉลาดในการใช้ชีวิตในโลกแห่งเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม โดยผู้ปกครองต้องเอาใจใส่ดูแลลูก
อย่างใกล้ชิดหากิจกรรมต่าง ๆ ให้ลูกทำ ได้แก่ ฝึกหัดท างานบ้าน ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ รดน้ าต้นไม้
เพื่อปลูกฝังนิสัยรักธรรมชาติและฝึกให้ลูกใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ให้ลูกอ่านหนังสือเพื่อปลูกฝัง
นิสัยรักการอ่าน ถ้าต้องให้ลูกอยู่กับเทคโนโลยีบ้างควรกำหนดเวลาการเล่น
5.สื่อดิจิทัลส่งเสริมหรือยับยั้งการเรียนรู้เด็กปฐมวัย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น