1 พฤษภาคม 2564

 เข้าร่วมโครงการสัมมนา Coding For Kids


การ Coding คือ การเขียนชุดคำสั่งของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย “โค้ด (Code)” เพื่อให้โปรแกรมทำตามคำสั่ง อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการสั่งงานคอมพิวเตอร์ให้ทำตามที่เราต้องการ โดยการใช้ภาษาของคอมพิวเตอร์
Coding ว่าจะช่วยทำให้เยาวชนไทยมีทักษะในการดำรงชีวิตรอบด้านด้วยอักษรตามตัว CODING ดังนี้

C : Creative Thinking ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ไม่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยด้วยข้อจำกัดทางการศึกษาด้านเทคโนโลยี

O : Organized Thinking การส่งเสริมให้เยาวชนไทย มีความคิดที่เป็นระบบระเบียบ มีตรรกะวิเคราห์สิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน รู้จักคิดที่จะแก้ไขปัญหา ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโลกยุคดิจิทัล

D : Digital Literacy ความสามารถในการเข้าใจภาษาดิจิทัล ทำให้เยาวชนไทยสามารถดำรงชีวิตที่แวดล้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วได้อย่างง่ายดาย
I : Innovation นวัตกรรมที่จะนำไปใช้ได้จริง และเกิดประโยชน์แก่คนหมู่มาก

N : Newness การสนับสนุนให้คนไทยมีความคิดริเริ่ม ในการทำสิ่งต่าง ๆ อย่างไม่รอช้า ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยไม่เป็นประเทศที่เป็นแค่ผู้ตามอีกต่อไป

G : Globalization ยุคโลกาภิวัตน์ เป็นสิ่งที่คนไทยต้องเตรียมพร้อมที่จะปรับตัว เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ให้ทัดเทียมหรือก้าวไกลไปกว่านานาอารยประเทศ

    เราสามารถฝึกทักษะการ Coding ด้วยการให้เด็กลองแก้โจทย์ปัญหาที่เหมาะกับวัย
ที่จริงประเทศฟินแลนด์ที่มีระบบการศึกษาติดอันดับ 1 จากการจัดอันดับล่าสุดของเว็บไซต์ World Economic Forum ได้บรรจุวิชาเขียนโปรแกรมไว้ในหลักสูตรระดับชาติตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว รายละเอียดหลักสูตรก็เริ่มตั้งแต่ระดับปฐมวัย
เกรด 1-2 เรียนพื้นฐานเรื่องการเขียนโปรแกรม โดยไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ แต่เน้นให้เด็กฝึกแก้ปัญหาแบบเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อฝึกฝนตรรกะ และความคิดเชิงวิเคราะห์

เกรด 3-6 เน้นการเขียนโปรแกรมให้เป็นส่วนหนึ่งของความรู้เชิงขั้นตอนที่กว้างขวาง

เกรด 7-9 การเขียนโปรแกรม ถูกเน้นให้เป็นวิชาที่มีกิจกรรมเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับวิชาอื่น

    แม้จะเข้าสู่ยุคดิจิทัล และแนวโน้มทุกอย่างต้องพึ่งพาเทคโนโลยี แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือพัฒนาการตามวัยของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็กเล็ก หรือในช่วงปฐมวัย ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับวัย
สำหรับเด็กปฐมวัย การสร้างโปรแกรมบนกระดาษก็สามารถทำได้แล้ว โดยอาจจะเลียนแบบการเขียนโปรแกรมคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน โดยไม่มีคอมพิวเตอร์จริง ให้เด็กลองเขียนภาพบนกระดาษ ตามโปรแกรมที่ทำเหมือนเวลาโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

    จริงอยู่ แม้การเขียน Coding มีข้อดีหลายประการ เป็นทักษะที่ช่วยให้เด็กเกิดกระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล และสามารถพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ต่อยอดได้แบบสร้างสรรค์ แต่ละขั้นตอนในการเขียน Coding เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้กระบวนการวางแผน ฝึกฝนกระบวนการคิดและการลงมือทำอย่างมีประสิทธิภาพ และจะทำให้เด็กได้เรียนรู้โครงสร้างของคำตอบ และความคิดผ่านการแก้ไขปัญหา ในขั้นตอนดำเนินการต่าง ๆ พวกเขาจะได้เห็นเลยว่า การเขียน Coding ช่วยให้เรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิชาอื่น ๆ ง่ายขึ้น เข้าใจได้รวดเร็วขึ้น เพราะการเขียน Coding กับหลักคณิตศาสตร์ เป็นอะไรที่คล้ายกัน ช่วยให้พวกเขาเข้าใจหลักการและจับประเด็นได้ดีขึ้น




30 เมษายน 2564

 เข้าร่วมสัมมนา การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้รู้สองภาษาด้วยสื่อสร้างสรรค์




ช่วงบ่ายเข้าร่วมการสัมมนา เกมการศึกษาคิดสนุกปลูกปัญญา














26 เมษายน 2564

เข้าสัมมนา สนุกกับเทคโนโลยี ดีต่อการจัดการเรียนรู้











 

19 เมษายน 2564

 จัดทำการสัมมนา สื่อสร้างสรรค์ สร้างเพื่อหนูจากใจครูปฐมวัย


1.นางสาวนภัสสร ก้านอินทร์ เลขที่ 2

2.นางสาวกนกอร เกาะสังข์ เลขที่ 3

3นางสาวอภิญญา แก้วขาว เลขที่ 8

4.นางสาวปทุมแก้ว ขุนทอง เลขที่9

5.นางสาวปุณยวีร์ ยานิตย์ เลขที่ 13

6. นางสาวอรนภา ขุนวงค์ษา เลขที่ 17

7. นางสาวนันทกา เนียมสูงเนิน เลขที่ 19

8. นางสาวดาวจุฬา สิ้นตุ้น เลขที่ 26

9.นางสาวศรสวรรค์ เทพยศ เลขที่ 29




ประมวลภาพ









12 เมษายน 2564

     ประชุมกลุ่ม เตรียมวัสดุอุปกรณ์ คำนวนค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้เข้าร่วม

5 เมษายน 2564

 รวมกลุ่มดำเนินงาน หนังสือคำกล่าวพิธีเปิด



29 มีนาคม 2564

 ทำหนังสือกล่าวขอบคุณวิทยากร

คำกล่าวขอบคุณวิทยากร

ดิฉันในนามผู้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสื่อสร้างสรรค์เพื่อหนูจากใจครูปฐมวัยขอขอบพระคุณท่านวิทยากร กฤตธ์ตฤณน์   ตุ๊หมาด เป็นอย่างสูง ที่ท่านได้ให้เกียรติมาให้ความรู้และสาธิตวิธีการผลิตสื่อ แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งในการจัดสัมมนาในโอกาสหน้า พวกเราจะได้รับความเมตตาจากท่านอีกครั้ง โอกาสนี้ขอเสียงปรบมือดังๆเพื่อแทนคำขอบคุณ


22 มีนาคม 2564

 รวมกลุ่มดำเนินงานจัดทำ แบบประเมินความพึงพอใจ

แบบประเมินความพึงพอใจ

โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องสื่อสร้างสรรค์สร้างเพื่อหนูจากใจครูปฐมวัย

วันที่ 21 เดือน เมษายน พ..2564  เวลา 08:30 – 12:00 .

ณ อาคารปฏิบัติการ ตึก 36  ชั้น 5  ห้องประชุมครุสัมมนา 3

คำอธิบาย

แบบประเมินฉบับนี้มีทั้งหมด 3 ตอน ขอให้ผู้ตอบแบบประเมินตอบให้ครบทั้ง 3 ตอน เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ต่อไป

ตอนที่ 1 สถานภาพทั่วไป

คำชี้แจง  โปรดคลิกเลือกช่องที่ตรงกับข้อมูลของท่าน

1. เพศ

                    หญิง                 ชาย

2. อายุ

                   18-20 ปี               21-23 ปี                     24-26ปี                                    27 ปีขึ้นไป

3. การศึกษา

                   .6                                     ปวส.                         ปริญญาตรี     ปริญญาโท

4.อาชีพ

                    นักศึกษา              ข้าราชการ             พนักงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ             ลูกจ้าง           

                    ธุรกิจส่วนตัว           อื่นๆ……………..

ตอนที่ 2 ระดับความพึงพอใจ / ความรู้ความเข้าใจ / การนำไปใช้ ต่อการเข้าร่วมโครงการ

คำชี้แจง โปรดคลิกเลือกช่องที่ตรงกับความพึงพอใจ / ความรู้ความเข้าใจ / การนำไปใช้ของท่านเพียงระดับเดียว

ประเด็นความคิดเห็น

ระดับความพึงพอใจ/ ความรู้ความเข้าใจ /

การนำไปใช้ ต่อการเข้าร่วมโครงการ

มากที่สุด

5

มาก

4

ปานกลาง

3

น้อย

2

น้อยที่สุด

1

ด้านวิทยากร

1.การเตรียมตัวและความพร้อมของวิทยากร

 

 

 

 

 

2.การถ่ายทอดของวิทยากร

 

 

 

 

 

3.สามารถอธิบายเนื้อหาได้ชัดเจนและตรงประเด็น

 

 

 

 

 

4.ใช้ภาษาเหมาะสมและเข้าใจง่าย

 

 

 

 

 

5.การตอบคำถามของวิทยากร

 

 

 

 

 

6.เอกสารประกอบการบรรยายเหมาะสม

 

 

 

 

 

ประเด็นความคิดเห็น

 

 

ระดับความพึงพอใจ/ ความรู้ความเข้าใจ /

การนำไปใช้ ต่อการเข้าร่วมโครงการ

มากที่สุด

5

มาก

4

ปานกลาง

3

น้อย

2

น้อยที่สุด

1

ด้านสถานที่ /ระยะเวลา /อาหาร

1.สถานที่สะอาดและมีความเหมาะสม

 

 

 

 

 

2.ความพร้อมของอุปกรณ์โสตทัศนูประกรณ์

 

 

 

 

 

3.ระยะเวลาในการอบรม/สัมมนามีความเหมาะสม

 

 

 

 

 

4.อาหารมีความเหมาะสม

 

 

 

 

 

ด้านความเข้าใจ

1.ความเข้าใจในเรื่องนี้ก่อนการอบรม

 

 

 

 

 

2.ความเข้าใจในเรื่องนี้หลังการอบรม

 

 

 

 

 

3.สามารถบอกประโยชน์ได้

 

 

 

 

 

4.สามารถจัดระบบความคิด/ประมวลความคิดสู่การ

พัฒนางานอย่างเป็นระบบ

 

 

 

 

 

5. บูรณาการทางความคิดสู่การทeงานเป็นทีม/การ

ปรับตัวของบุคลากร/การปฏิรูประบบการทeงานในการปฏิบัติงาน

 

 

 

 

 

ด้านการนำความรู้ไปใช้

1.สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการ

ปฏิบัติงานได้

 

 

 

 

 

2.สามารถให้คำปรึกษาแก่เพื่อนร่วมงานได้

 

 

 

 

 

3.มีความมั่นใจและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ได้

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะอื่นๆ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………